แม่โจ้55 แอร์ทิคเก็ต                       

(MAEJO55 AIR TICKET)

- ตั๋วเครื่องบินออนไลน์ (Airline Tickets)
- ตั๋วรถทัวร์ออนไลน์ (Bus Tickets)
- ตั๋วรถไฟออนไลน์ (TSRT Tickets)
- ตั๋วเรือเฟอรี่ออนไลน์ (Ferry Tickets)


" บริการงานด้วยใจ  ใส่ใจลูกค้าอย่างคุณภาพ  ความพึ่งพอใจของลูกค้าสูงสุดคือ งานของพวกเรา "


โทร. 0894640629, 0628715786, 0620406889, 0805465088, 0918541742
เวลาในเวลาทำการ  08.00 - 22.00 น. (ทุกวัน)
นอกเวลาทำการ 22.00 - 07.00 (ฝากข้อความผ่านไลน์)

 

   

   

สถิติ
เปิดเมื่อ4/12/2015
อัพเดท28/11/2018
ผู้เข้าชม42339
แสดงหน้า66552
สินค้า
ปฎิทิน
December 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
     

สาระดีๆเกี่ยวกับระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยเรื่อง การสำแดงสิ่งของก่อนออกนอกประเทศและเข้าประเทศไทย

อ่าน 235 | ตอบ 0

เตือน ผู้โดยสารที่ชอบเที่ยวต่างประเทศ โปรดอ่านสาระดีๆ เกี่ยวกับ ระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยเรื่อง สำแดงสิ่งของนำออกและนำเข้าระหว่างประเทศ ตามรายละเอียดต่อไปนี้ (อ่านให้จบนะครับ ถ้าไม่อยากติดคุกฟรี ๆ 10 ปี หรือทั้งติดคุกและโดนปรับ > เป็นประเด็นถกเถียงกันมานานทั้งในโลกโซเชียลและไม่โซเชียลว่า นักท่องเที่ยวที่ 'หิ้วของ' ติดตัวกลับเข้าไทย มูลค่าแค่ไหนต้องเสียภาษี มูลค่าแค่ไหนไม่เสียภาษี โดยเฉพาะการตีความว่าของที่หิ้วเข้ามานับรวมกับมูลค่าของใช้ประจำวันส่วนตัวด้วยหรือไม่

โดยเฉพาะนาฬิกา กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์สมาร์ทโฟน เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง ฯ ที่กลายเป็นประเด็นให้เกิดการพิพาทระหว่างเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรกับนักท่องเที่ยวอยู่บ่อย ๆ

ฝั่งเจ้าหน้าที่ก็ว่า กฎระเบียบมี เราทำตามหน้าที่ คุณหิ้วของมาเกินก็ต้องปรับ เป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่อยากโดนปรับคุณก็ต้องศึกษากฎหมายก่อนเดินทาง ฝั่งนักท่องเที่ยวก็ว่า จะเอาของที่หิ้วมาไปรวมกับของที่เอาไปจากเมืองไทยได้อย่างไร อย่างนี้ก็ไม่ยุติธรรม กฎที่เอาเปรียบประชาชนอย่างนี้ควรจะมียกเลิกได้แล้ว

สนั่นโซเชียล ไปเที่ยวต่างประเทศต้องลงทะเบียนสิ่งของ

ล่าสุดมีการแชร์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจยอดฮิต มิตรสหายท่านหนึ่ง ถึงระเบียบปฏิบัติของผู้โยสารขาออกที่ระบุว่า

'หากผู้โดยสารต้องการนำของใช้ส่วนตัวออกไประหว่างเดินทาง เช่น นาฬิกา สร้อยคอ แหวน กล้องถ่ายวีดีโอ กล้องถ่ายรูป วิทยุเทป คอมพิวเตอร์สำหรับพกพา ฯลฯ และประสงค์จะนำกลับมาภายในประเทศโดยได้รับการยกเว้นอากร ผู้โดยสารจะต้องนำของดังกล่าวพร้อม Boarding Pass หนังสือเดินทางมาแสดงแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อบันทึกรายละเอียดและรับสำเนาเอกสารไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดงในวันเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย'

อ่านเสร็จ สตั๊นไปพักใหญ่ ตกลงมีกฎระเบียบนี้อยู่จริง ?

แค่จะเอากล้องไปถ่ายรูปสวย ๆ ที่ต่างประเทศ จะเอาสมาร์ทโฟนไปเช็กอิน เอากล้องไปถ่ายวีดีโอเก็บไว้เป็นที่ระลึกเราต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่ขนาดนี้เลยหรือ

เพื่อไขข้อสงสัยวันนี้กระปุกดอทคอมจะพาเพื่อนไปไขข้อสงสัย แนะนำใครที่เป็นนักช็อปตัวยง ใครที่วางเผนเตรียมบินไปซื้อของแบรนด์เนม ของกิน ของใช้ ที่ต่างประเทศ

รีบอ่าน รีบแชร์ กันก่อนเดินทาง เพื่อที่กลับมาจะได้ไม่เกิดปัญหา ไม่ต้องมานั่งกุมขมับกับการทำผิดกฎหมายที่ต้องเสียค่าปรับเพิ่มจากราคาของอีกหลายเท่าตัว หรือร้ายแรงที่สุดอาจจะต้องเข้าไปนอนคุกแบบไม่ทันตั้งตัว

ลงทะเบียนของใช้ส่วนตัว กฎระเบียบที่ต้องทำก่อนเดินทางทุกครั้ง

เราติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรทันที พร้อมพูดคุยซักถาม ว่าจริง ๆ แล้วข้อความที่แชร์กันในโลกโซเชียลนั้น เป็นกฎระเบียบที่มีอยู่จริงหรือเป็นข้อความที่เกิดจากการตัดต่อสร้างกระแส เราได้ความว่ากฎระเบียบนั้นมีอยู่จริง

โดยมีรายละเอียดว่า หากของใช้ส่วนตัวที่นำออกไปมีมูลค่ารวมไม่เกิน 20,000 บาท และคิดว่าจะไม่ซื้ออะไรกลับมารวมกันเกิน 20,000 บาทก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปกรอกเอกสารสำแดงสิ่งของต่อศุลกากร

ส่วนใครที่คิดว่าจะนำสิ่งของ แกดเจ็ตต่าง ๆ เช่น กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดีโอ คอมพิวเตอร์แล็ปทอป หรืออัญมณี เครื่องประดับ ตามระเบียบต้องลงทะเบียนสำแดงสิ่งของก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ด้วยการลงทะเบียนหมายเลข Serial Numbers หรือลักษณะอื่นๆ ของสิ่งของนั้น เช่น ลักษณะเด่น รอยตำหนิ รูปพรรณ ณ ที่ทำการศุลกากรขาออกนอกประเทศหลังตรวจรับ boarding pass แล้ว

ซึ่งของทั้งหมดที่ได้ลงทะเบียนไว้จะได้รับการยกเว้นค่าภาษีเมื่อนำกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้หากเดินทางที่สนามบินสุวรรณภูมิสามารถกรอกแบบฟอร์มที่ชั้น 4 ประตู 10 ผู้โดยสารขาออก ส่วนที่สนามบินดอนเมืองสามารถกรอกแบบฟอร์มได้ที่ชั้น 3 ประตูผู้โดยสารขาออกเช่นกัน

สำหรับการเดินทางออกนอกประเทศโดยสนามบินต่างจังหวัดสามารถสอบถามได้ที่สนามบินนั้น ๆ

ส่วนการเดินทางด้วยวิธีอื่น ๆ ต้องสำแดงสิ่งของที่ก่อนออกนอกประเทศที่ด่านศุลกากรในพื้นที่เช่นกัน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบุได้ว่า ข้อความที่แชร์กันนั้นมีที่มาจากที่ใด เนื่องจากระเบียบประมวลปฏิบัติขาออกนั้น จะไม่มีการอัพข้อมูลไว้ที่หน้าเว็บไซต์ของกรมศุลกากร

พร้อมทิ้งท้ายว่า หากอยากทราบรายละเอียดของระเบียบปฏิบัติในการเดินทางออกนอกประเทศทั้งหมดจริง ๆ สามารถขอคัดเอกสารได้ที่ห้องสมุดประจำกรมศุลกากร โดยระบุว่าขอคัด ประมวลปฎิบัติขาออก หมายเลข 3030101

ของต้องห้ามนำออกประเทศ หลักการเดียวกับการเดินทางเข้าประเทศ

สำหรับของที่ห้ามนำออกจากประเทศไทย พบว่าไม่มีข้อแตกต่างจากระเบียบในการเดินทางเข้าประเทศ ได้แก่

1.สารเสพติด
2.วัตถุ หรือสื่อลามก
3.ของลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า ละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา
4.ธนบัตร หรือเหรียญกษาปณ์ปลอม
5.สัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ที่อยู่ในบัญชีควบคุมของอนุสัญญาไซเตส

ส่วนของต้องจปรำกัด หรือของบางชนิด เช่น พระพุทธรูป อาวุธปืน พืช สัตว์มี อาหาร ยา เครื่องสำอาง ชิ้นส่วนยานพาหนะ บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ในลักษณะการค้า) พวกนี้ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก่อนนำออกประเทศทุกครั้ง

พกเงินสดออกนอกประเทศได้ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท

ส่วนเรื่องการนำเงินสดออกนอกประเทศจะมีกฎระเบียบเช่นเดียวกับการนำสดเข้าประเทศ คือ ผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวสามารถนำเงินออกประเทศได้ครั้งละไม่เกินครั้งละ 50,000 หรือเทียบเท่า หากมากกว่านั้นต้องแจ้งจำนวนเงินที่แท้จริงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ในแบบสำแดงเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Declaration Form) ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

ยกเว้นการเดินทางสู่ประเทศลาว เมียนมาร์ กัมพูชา มาเลเซีย และเวียดนาม จะได้รับอนุญาตให้นำเงินออกนอกประเทศได้ไม่เกิน 500,000 บาท

ช่องเขียว ผ่านชิล ๆ แบกเป้กลับบ้านสบาย

หลังจากเที่ยว หลังจากช้อปกันมาจนเต็มอิ่ม ในส่วนของการเดินทางเข้าประเทศไทย ทำได้ตามขั้นตอนปกติ ลงเครื่อง ยื่นพาสปอร์ต ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)

ใครที่ไม่มีของต้องสำแดงสามารถเดินตัวปลิวเข้าช่องไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (Nothing to Declare) หรือช่องเขียวได้ทันที

ต้องย้ำว่าคุณต้องแน่ใจจริง ๆ ว่าไม่มีของต้องสำแดงจริง ๆ เพราะถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจพบเจอของที่มีมูลค่าเกิน 20,000 หรือของผิดกฎหมายคุณโดนปรับอ่วมแน่นอน โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.มีของใช้ส่วนตัวสำหรับ 1 คน (ที่ไม่ใช่ของต้องห้าม ต้องกำกัด หรือเสบียง) มูลค่ารวมไม่เกิน 20,000 บาท (รวมของใช้ที่นำออกไปจากประเทศด้วย)

2.บุหรี่ไม่เกิน 200 ม้วน หรือยาสูบไม่เกิน 250 กรัม หรือน้ำหนักรวมทั้งหมดทุกประเภท ไม่เกิน 250 กรัม

3.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 1 ลิตร หากเกินกว่าปริมาณที่กำหนด แนะนำให้หย่อนใส่กล่องที่กรมศุลกากรจัดไว้ ตัดปัญหาถูกดำเนินคดีทางกฏหมาย

ช่องแดงแรงฤทธิ์ โชว์ทุกสิ่งที่ช๊อปมา

ในส่วนของนักท่องเที่ยวที่มีการลงทะเบียนสิ่งของสำแดงไว้ก่อนเดินทาง หรือมีสิ่งของที่ต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องจำกัด หรือของที่ไม่แน่ใจว่าต้องเสียภาษีหรือเป็นของต้องกำกัดติดตัวเข้ามา

คุณต้องเข้าที่ช่องมีสิ่งของต้องสำแดง (Goods to Declare) หรือช่องแดง เท่านั้น หากไฟล์ทที่เรานั่งมาไม่มีใครเต็มใจเข้าช่องนี้ด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่จะสุ่มตรวจ และหากเปิดเจอสิ่งต้องห้าม หรือสิ่งที่ต้องเสียภาษีละก็ เตรียมตัว เตรียมใจเสียเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าภาษีหรือค่าปรับได้เลย โดยของที่ต้องเสียภาษี หรือของที่ผิดกฎหมายมีรายละเอียด

ที่นี้มาดูกันว่าของอะไรบ้าง ที่คุณต้องเสียภาษี หรือผิดกฏหมาย

1.ของใช้ส่วนตัวที่มีปริมาณเกินกว่าที่ใช้คนเดียว และมีมูลค่ารวมทั้งหมดเกิน 20,000 บาท (สิ่งของที่นำไปจากประเทศไทยจะไม่ถูกนำมาคิดมูลค่า หากมีการสำแดงไว้ก่อนเดินทาง)

2.สิ่งของที่นำมาเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์เพื่อการพาณิชย์ หรือ ทางการค้า หรือมีลักษณะทางการค้า

3.ของต้องห้าม ได้แก่ สารเสพติด วัตถุหรือสื่อลามก ของลอกเลียนแบบละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา ธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ปลอม สัตว์ป่าสงวน

4.ของต้องกำกับ เช่น พระพุทธรูป อาวุธปืน พืช สัตว์มี อาหาร ยา เครื่องสำอาง ชิ้นส่วนยานพาหนะ บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

กรณีสิ่งของที่ผู้โดยสารนำติดตัวมามีมูลค่ารวมทั้งหมดเกิน 80,000 บาท ผู้โดยสารต้องทำเอกสารปฏิบัติพิธีการศุลกากรที่ ส่วนบริการภาษีอากรเพิ่มเติม

อย่าคิดจะเนียน โดนทีเล่นอาจจุก

ส่วนใครที่ซื้อของมาเต็มกระเป๋า คิดจะตีเนียน ทำมึน ไม่เสียภาษี เดินออกช่องเขียวหรือช่องไม่ต้องสำแดง หากโดนเจ้าหน้าที่ตรวจพบ บอกได้คำเดียว เละ !!!

โดยมีรายละเอียดในการลงโทษดังนี้

1. ปรับ 4 เท่าของมูลค่าของ บวกค่าภาษีและอากร
2. จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. สิ่งของที่หลีกเลี่ยงเสียภาษีต้องถูกริบเป็นของแผ่นดิน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับข้อมูลระเบียบปฏิบัติการสำแดงสิ่งของระหว่างเดินทางเข้าออกประเทศ เราหวังว่าด้วยข้อมูลที่เรานำเสนอจะทำให้เพื่อน ๆ เดินทางได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล ไม่ต้องกลัวทำผิดกฎหมายอันเป็นเหตุให้เสียเงิน เสียทอง โดยใช่เหตุ และจบทริปการเดินทางด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข

ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :